delaHang~'s profilerare to touch the real F...PhotosBlogLists Tools Help

Wing of Hang Wing of Hang

Occupation
Photo 1 of 38
Lists

rare to touch the real FREEDOM!! Believe me...

I wish I can fly, Breakin through da sky ~ I wish I've wings, luv'll make me fly ~ FLY WZ DA WING OF HANG


February 05

ตัด 658 กู ใส่ Stand by มาให้ 3 วัน...ซวยได้อีก

ไม่ได้เข้ามานานแสน...

เซ็ง...ไม่รุ้จะบ่นยังไงดี

เข้ามาบ่นในนี้ดีกว่า

ไม่มีอะไรมาก...โรคฮิท ตอนนี้ “โดนตัดไฟล์ท”

ออนเสก็ตเป็น 658 / 659 โซล ตรงไป ตรงกลับ ไม่เวีย ไม่แวะใดๆทังสิ้น

เป็นแพทเทิร์นเดียวในสาระบบเกาหลี ที่บินตรง นอนสท็อป

กำลังนอนพึ่งพุง สบายอารมณ์อยุ่ที่บ้าน OD โทรมาตอน 1200 กว่าๆ

OD : น้องคะ 658 ยกเลิกนะคะ น้องไป 431 แทน
กู : ฮะ...(ทำเสียงงง สุดพลัง)
OD : เครื่อง ดีเลย์ออก 1500 กลับมา ตี 2 วันรุ่งขึ้นนะคะ
กู : ฮะ...(หนักกว่าเก่า)
OD : น้องไม่ต้องเข้าบรีฟ ไปที่เครื่องเลย เครื่องออก 1500 คะ เป็นตัว X นะคะ
กู : ฮะ...เออ...ครับ
OD : ส่วนที่เหลืออีก 2 วัน พี่ใส่เป็น Stand by 3 (0800 – 1800) คะ OD ปนัดดา คะ
กู : ขอบคุณครับ (กัดฟันพูด ทั้งน้ำตา และเลือดที่ไหลซิบๆออกจากปาก เพราะเผลอกัดลิ้นเข้าไปด้วย)

เฮ้อ...แทนที่กูจะได้นอนพึ่งพุงกูต่อไปเรื่อย นี่แม่งกูโดนตัดไฟล์ท ไม่พอ ให้กูไปเดียวนี้ ดังนี้อีกต่างหาก แม่งหงุดหงิดเว้ย อุตส่าห์วาแผนอย่างดีว่าจะเข้าเมือง ไปซื้อนู้น ซื้อนี้ซะหน่อย แล้วเลยไปกิน คอหมูผัดกิมจิ เจ้าอร่อยที่สุดในโลก...

ทุกอย่างพังทลาย...จากเงิน 8,000 กว่าๆ เหลือแค่ 3,800 แถวด้วย Stand by 3 อีก 3 วัน...คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม...มึง...เฮ้อ...ชีวิต

หลังจากเพ้อรำพัน ต่างๆนาๆ ก็ต้องลากสังขารไป คิดในใจ แม่ง...หงุดหงิดเว้ย

เครื่องออก 1500 กูจะไปถึงเครื่องแม่งซัก 1430 จะได้ไม่ต้องเตรียมงาน ไม่ใช่เพราะขี้เกียจ แต่ด้วยหมั่นไส้

ไปถึงเครื่องเวลาประมาณนั้น สภาพที่เจอ...ของเก่ายังไม่ได้ Off load ของใหม่...แน่นอน...ยังไม่มา

IM คนเดิมที่ไปบิน 409 ด้วยกันมา Purser ใจดีสุดๆ น่ารักสุดๆ เอาวะ ไม่พอ...ยังเจอรุ่นเดียวกัน อีก 3 นาง

เพิ่งรู้ โดนเรียกเพิ่ม 2 คน ที่เหลือ มา Check in เวลาปกติของ 431 (เวลา 0600 โดยประมาณ นั้นหมายความว่า นาง และนายทั้งหลาย ตื่นกัน อย่างต่ำๆก็ 0430) แล้วลองคิดดู เครื่องกลับมาถึง กทม. อย่างเร็วสุดๆก็ เที่ยงคืน ชิบหายละมึง ทำงานกว่า 20 ชั่วโมง สิริรวมแล้ว มากว่าไฟล์ท ตรง JFK ซะอีก...สงสาร

เร่งโหลดอาหาร เร่งทุกอย่าง พร้อมรบตอน 1515 โดยประมาณ สั่งบอ์ดทันที ได้ Push Back ตอน 1530 ถือว่าทำเวลาได้งดงามมาก

ผู้โดยสารแค่ 100 นิดๆ ในเครื่อง 772 ทำงานสบาย Purser สั่งตัด Service เป็น Drink with Meal แม่เจ้า สบายอะไรเยี่ยงนี้เนี้ยะ เสิร์ฟแค่ชั่วโมงเศาๆ ก็เสร็จ มี Rest อีกต่างหาก ตั้งคนละชั่วโมง ตอนแรกว่าไม่ง่วงๆ สุดท้าย ไปนั่งได้วั๊บเดียวเท่านั้นแหละ...ตื่นมาอีกที เครื่องเขย่าซะ ดูนาฬิกา...ตายห่าแล้ว กูหลับยาวขนาดนี้เลยหรือเนี้ยะ เกือบชั่วโมงพอดี ใกล้ลงแล้วด้วย

ถึง Denpasar ก็เร่งๆเหมือนเดิม แต่ไม่ไหวละ ยังไงก็ต้องไปสูบบุหรี่ก่อน ไม่งั้นทำงานไม่ได้ ขาด O2

จริงๆ ใกล้ๆ Gate ก็มีห้องสูบบุหรีอยู่ แต่ด้วยความกระเดะ จะไปดูรองเท้าของ แตะกิ๊บเก๊ แหล่มๆใส่สักกะหน่อย ปรากฎ เดินไกลมากๆๆๆๆๆ เพราะเครื่องเปลี่ยนมาจอดปีกขวาสุดของ Terminal ส่วนแหล่ง และห้องรมควันเดิมนั้นอยู่ฝั่งซ้ายสุด

สุดท้าย...เดินซะไกลเชียว...ไม่ได้อะไรกลับมาเลยแม่ต่อย่างเดียว...ออ...ได้มะเร็งกลับมาหน่อย...อิอิอิ

ขากลับ...เกือบเติม...ล่อไป 200 เศษๆ สารพัด...

คนไทยขึ้นมาโวย

ฝรั่งขึ้นมาโวย

ตอบฝรั่งไปว่า “You know, you so lucky that you know that flight delay when you fully wake up and you have da meal to eat, you have the place to stay but we (crew) wake up since 0400 and will be arrive on 0200! Almost 22 hrs; working”

เงียบจ๋อย ง่อยแดกไปเลย

คนไทยก็เช่นกัน “น้อง...delay ขนาดนี้ พี่ว่า มาพรุ่งนี้ไปเลยจะดีกว่า ทุเรศ”

กูเลยตอกกลับไปเล็กน้อยพองาม “พี่ครับ พวกผมตื่นกันตั้งแต่ ตี4 ครับ แล้วนี่กว่าจะถึงบ้าผมว่าก็คงประมาณ ตี2 อย่างต่ำ” พูดเสร็จ ก็เดินจากไป ทิ้งไว้ให้คิด จากประโยคนั้น นางก็กลายเป็นผู้โดยสารน่ารักไปเลย

สรุป เครื่อง Touch down ตอน 0015, Block in ตอน 0030

กลับมาถึงบ้าน นอนไม่หลับ นั่งดูคอมพ์ ฟังเพลงไปเรื่อย เกือบตี 5 กว่าจะนอนได้ ดูคอมพ์คิดถึงความซวยของตัวเอง...เฮ้อ

สัก 1100 โมงได้มั้ง OD โทรฯมาอีกแล้ว

OD : OD กรรณิกา นะคะ คุณ Stand by นะคะ เดี๋ยววันนี้ไปบิน 313 นะคะ
กู : เออ...คือ เมื่อวานผมกลับลงมา 0015 นะครับ
OD : คะ ก็ไม่เป็นไรหนิคะ เพราะ 313 ออกหลังเที่ยง
กู : เออ...ไม่ใช่อย่างนั้นครับ คือเมื่อวานผมโดนเรียกไป 431 แล้วดีเลย์ 432 เนี้ยะ กลับลงมา 0015 ขอวันนี้ เท่ากับว่า มันเป็น ไฟล์ท 2 วัน
OD : ออคะ...สักครู่นะคะ (หันไปบ่งเบ้งกับใครไม่รู้) เออ...งั้นไม่เป็นไรคะ
กู : เท่ากับว่า วันนี้ตัด Stand by ของผมแล้วใช่ไม๊ครับ
OD : ไม่คะ ก็ยังเป็น Stand by ติดดาวอยู่
กู : เออ...ครับ

เออ...ได้ยังไงวะ มึงโทรฯมาเรียกกูอีก กูก็พูดแบบนี้อีกนะแหละ ช่างมัน ไม่สนใจ ก็ไฟล์ทมันข้ามวันแล้วนี่หว่า แล้วกูจะไปได้ยังไง (จริงไปได้แหละ ถ้ามันหาไฟล์ทดีให้)

น้องพิม ชวนออกไปเจอกัน แอบขี้เกียจเพราะว่าใจนึงก็ยังพะวงกับ Stand by อยู่ ใจนึงก็อยากไปเจอเพื่อน สุดท้าย...ไปก็ไปวะ ขนข้าว ขนของ เตรียมตัวพร้อมบินไปด้วย

เม้าท์ เห่า แตก สารพัดตั้งแต่ 1700 จนถึง เกือบ 2200 แยกย้าย ยังเม้าท์ไม่มันเลย ให้ตายเหอะ

เจอกันคราวหน้าละกัน...

ฝนตกทั้งวันเลย ไม่ชอบเลย เฉอะแฉะ ไม่สบายตัวเลย

เฮ้อ...พรุ่งนี้ยังมี Stand by เป็นชนักติดหลังอีกวัน

อยากกลับบ้านจัง คิดถึงหมา

ไว้อาลัยให้ตัวเอง
 
thank you for flying with the wing of HANG~
September 24

BLOGGANG

แอบหนีไปลองใช้ BLOGGANG ของ PANTIP มาพักนึง
 
เออ..ใช้ง่ายดีเฮอะ...ไม่พอ...LOAD เร็วกว่าด้วย
 
ลองตามไปดูละกันนะครับ
 
September 19

Stay still

สบายจริงจัง ช่วงนี้
หยุด 4 วันรวด
นอนเฉยๆ อยู่บ้าน หายใจทิ้งไปวันๆ
 
ก็ VAC (Vacation หรือ ภาษาไทย คือ พักร้อน) ทับไฟล์ท TG313 เลขเด็ด...ซึ่งจะออกงวดต่อไป
ไฟล์ทนี้ไป กัลกัตต้า เป็นไฟล์ทนรกติดอันดับ
ผู้โดยสารน้อย (เพราะมีแต่เหี้ย...เต็มลำ)
เงินน้อย (ที่จริงไม่น้อยมาก แต่เมื่อเทียบกับความน่ารักของผู้โดยสารแล้ว...น้อยมาก)
ไทม์มิ่งเหี้ย...ไฟล์ทข้ามคืน ออกจาก กทม. ค่ำ กลับมาอีกวันตอนเช้าตรู่ แวะใส่บาตรได้
แต่...ถ้าแวะใส่บาตรแล้ว...อาจจะใส่ผิด ไปลงบาทา แทนบาตร เนื่องด้วย เหนื่อยและอดนอน
เครื่องเหี้ย...โหลด 2 มื้อ ใช้ A300-600 (B6) บิน ดังที่เคยกล่าวไว้ เครื่องนี้ แค่เห็นก็ป่วยแล้ว
 
นั้นแหละ ด้วยเหตุดังกล่าว เลยได้หยุดซะ 4 วัน สบายๆ แต่...ไม่มีแด๋ว เพราะเดือนนี้เงินด้อยแท้
 
ก็ดี สบโอกาสได้พอเจอเพื่อนเก่า สมัยเรียน High School ที่ St. Rose Garden International
ด้วยเหตุเพราะ
หนึ่งนางในกลุ่มเพื่อนท้อง
หนึ่งนางในกลุ่มเพื่อนกำลังจะฟ้องร้องมรดก พี่สาวตัวเอง
หนึ่งนายในกลุ่มเพื่อนเป็นลูกกตัญญู ลาออกจากงานมาดูแลพอบังเกิดเกล้า
หนึ่งนายในกลุ่มเพื่อนหยุด 4 วัน
หนึ่งนางในกลุ่มเพื่อนอ้วนพี ปากใหญ่เท่าเดิม นมเล็กลง
หนึงนายในกลุ่มเพื่อนเป็นข้าราชการเงินเดือนไม่ค่อยจะพอแด๋ว แต่แด๋วเกียรติแทน
เอาเป็นว่า...หาเรื่องไปเรื่อยนะแหละ
 
แต่ก็ดี เพราะไม่ได้เจอกันครบองก์มานานพอตัว
แต่...จริงๆแล้วก็ไม่ครบองก์เท่าไหร่ เพราะว่าขาดไป 2 นางด้วยกัน
เอาน่า...มันๆ
 
ช่วยนี้ฟิต...ไปยิมวันเว้นวันมาเกือบ 2 อาทิตย์แล้ว
คึกๆ
จริงๆไม่ใช่...เริ่มอุบาทว์ตัวเองไม่ไหวแล้ว
นั่งถอดเสื้อตัดเล็บ...ทำไมก้มไม่ลง หลังแข็งหรอ...ปรากฎ ไม่ใช่...พุงมันค้ำ...
 
อะนะ...อ่านแล้วขำ...ของให้ขำเข้าตัว
 
จริงๆอยู่บ้านสบายกว่าอยู่หอ...แต่อยู่หอมันก็ส่วนตัวกว่า
อยากออก อยากเข้าเมื่อไหร่ก็ได้
ที่สำคัญ...ไม่มีเสียงก่อสร้างมารบกวนโสตประสาทตอนเช้าๆ
 
แต่ก็นะ...ถึงที่บ้านจะมีเสียงรบกวนโสตประสาท เมื่อวานซืนก็ช่อ นอนซะถึง สี่โมงเย็น...สบายอุรา
 
วันนี้ก็นัดเจอเพื่อนที่ยิม ไปผิดวัน วันี้ Launch new program of gym คนเยอะเยี่ยงตลาดสด น่ารำคาญ พวกที่ชอบทำตัวเป็นมาเฟียคุมยิมก็อีก
ชอบทำเสียงดังๆ คุยกันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ดองอุปกรณ์ คงกะว่าดองพอเค็มได้ที่จะเอากลับบ้านไปแด๋วแน่ๆ
 
น่าเบื่อ...ไม่มีความเกรงใจ...พวกนี้
 
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
 
ดูข่าว One Two Go ระเบิด...แอบหยองเล็กๆ
 
แต่เรื่องอย่างนี้ก็นะ ห้ามไม่ได้ ควบคุมไม่ได้ แล้วแต่เวรแต่กรรม
 
รถชนกันยังบ่อยกว่าเครื่องบินเจออุบัติเหตุเลย..คงไม่เกิดกับเรา
 
แม่ดูข่าวแล้วไม่พูดอะไร...หันมามองหน้าแล้วพูด...แม่รักซุงนะ...
ซึ้งโคตรๆ...อะไรแม่...แม่จะสื่ออะไร...
หันไปถามแม่...แม่บอก...เปล่า...แค่บอก
เพราะว่าคงไม่บอกว่าให้เลิกทำ เพราะมัน...ปัญญาอ่อนที่จะให้เลิกทำ...เพราะถ้าเลิกทำแล้ว...ขี้เกียจมาส่งเสีย เลี้ยงดูอีก...
เอากะหม่อมซิ...ซึ้งต่ออีกหน่อยก็ไม่ได้
 
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
 
Sched' เดือน ตุลา ออกแล้ว ออกมาถึง วันที่ 20 (มั้ง) ก็ดี
ช้ำใจตรงที่ VAC ทับ 307 Columbo ไป...แต่ดันไม่สำเร็จ ที่ผ่านมาตลอดสลิง สำเร็จหมด
อีไฟล์ทนรกนี่ดันไม่สำเร็จ...ไม่เป็นไร เด๋วลองแลกดูก่อน แลกไม่ได้คงต้องกัดฟันบินไป..เฮ้อ...นี่หรือชีวิต
 
Thank you for flying with the wing of HANG~
 
รูป...ไม่ใช่หม่อมผมนะ...โซเฟีย ลา...ขำดี
 
 
 
 
September 16

Sleepless...before Hanoi War...again

เฮ้อ...นอนไม่หลับ วันนี้ต้องบินเช้า ไปฮานอย เช็คอิน 0625 นอนไปตอนสักเที่ยงคืนได้

สะดุ้งตื่นมาตอน ตี 2 กว่าๆได้มั้ง แล้วก็นอนต่อไม่หลับแล้วอะ...เซ็งจัง...ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย

 

เดือน ก.ย. นี้เน่ามาก ชีวิตการทำงานแสนเน่า มีไฟล์ททำเงินแค่ 2 ไฟล์ทเท่านั้น คือ ตอนต้นเดือน ไป ดูไบ แวะ เชนไน แล้วก็ตอนปลายเดือน ไปโตเกียว (นาริตะ) เท่านั้นจบ ช่วงกลางๆเดือนก็เป็น ยิบย่อย...โดนตัด Stand by ไปเรียน Service Brush up 2 วัน เหลือ Stand by ให้ดูต่างหน้าอีก 2  วัน ซึ่งก็โดนเรียกไปครั้งนึง ไปโฮจิมินท์ ซิตี้ เอากับเขาซิ เดือนนี้บิน เวียดนามครบทุกพอร์ทเลย เป็น มิส เวียดนามไป

 

ส่วนไฟล์ทที่เหลือก็เป็น ฮานอย, กวางเจา แล้วก็ กาฎมันฑุ อีกอัน

เป็นอันว่าจบสำหรับเสก็ตเดือนนี้...เซ็งมะ

 

จริงๆตามสลิงจะต้องมี กัลกัตตาอีกเซ็ท แต่ว่าแว๊คทับไป

สรุป...ด้อยแสน...หนี้สินล้นพ้นตัว รายได้น้อยนิด

 

 

แอบเซ็ง...

 

วันเกิดตัวเอง...บินไปดูไบซะงั้น not only, but also ที่เช็คตอนแรก ไม่มีใครรู้จักที่จะไปป๊ะเทิ่งกันที่นู้นเลย แต่ชะตาฟ้าลิขิต

...ทีมดี...

ไม่เฉพาะทีมตัวเองเท่านั้น ทีมชาวบ้าน (ไฟล์ท 517 DXB – KWI)

ลงมามัวเมาหยำเปกันที่ Crew Lounge ด้วยกันทั้ง 2 วัน

วันแรก...บรรเลงกันตั้งแต่ 5 ทุ่มบ้านเขา (ตี 1 บ้านเรา) จนถึง 6 โมงเช้าบ้านเขา (9 โมงเช้าบ้านเรา) มันไม๊ละ ลงมากันหมด ตั้งแต่หัวเครื่องยันท้ายเครื่อง

วันที่ 2 ไม่แพ้กัน ขนาดวันรุ่งขึ้นต้องทำไฟล์ทนรกกลับ ยังไม่ยี่หระ ลุยอย่างเมามัน

โรงแรมให้เค้กวันเกิด เอ๊ะ...ไม่ถูกซิ คัสตาร์ดวันเกิดมาอันนึง น่ารักซะไม่มี

 

อยู่ดูไบขีด ไอ้ครั้นจะไม่เข้าเมืองก็กระไรอยู่...ไปซะหน่อย รอบเที่ยงกำลังดี รวมพลกันโดนนัดหมายอย่างหลวมๆใน Crew Lounge ลูกเรือไทยเกือบๆ 20 ชีวิตอัดอยู๋ด้วยกันบนรถโรงแรม มุ่งหน้าสู่ Dubai City Centre ในรถบรรจุไปด้วยแขกของโรงแรมอีกประปราย พร้อมด้วยหัวเครื่อง ที่ขึ้นชื่อว่าเหี้ยบและไม่น่าคบค้าด้วย 1 คน

ก็เข้าใจนิดนึงนะว่า เกือบๆ 20 ชีวิตลูกเรือไทย ที่ยัดกันอยุ่บนรถนั้นนะ มันก็ต้องมีบ้างที่เสียงดัง ทำไงได้อะ มันเยอะนี่น่า อีหัวเครื่องสันดารไม่เวิร์คนี่ก็เอาเลย หันหน้ามาทำหน้าเครียดใส่ บอกให้เงียบ...กร่อยครับกร่อย...งานน้ ทุกคนเหม็นหัวเขียวของลุงพลขับขึ้นมาในบัดดล

 

ไม่พอ...ยังมีแหม่นหมีขาว (ตัวก็เหมือนหมีขาว) ใส่เสื้อแดง กางเกงชมพู ชาวรัสเซียอีกตัว หันมาทำหน้าไม่พอใจ แล้วบ่นงึมงัมๆไปตลอดทาง ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวที่อีหมีทำ แต่อีหมีทำได้เกือบตลอดทางจริงๆ...อีนี่กลับเมืองมึงไปเลย...ไม่ก็เรียกแท็กซี่ไปเองเลยไป๊...ตบ

 

ขากลับ...ไม่วายเจอเชื้อโรค 2 ตัวนี่เหมือนเดิม...เฮ้อ...ทำบุญมาคู่กันจริงๆ แต่ด้วยขากลับ...คนเยอะขึ้น...อากาศร้อนขึ้น...ร้อนจนอึดอัดและน่ารำคาญ รถก็แสนติด...ขนาดรถไม่ติดมาก ก็ใช้เวลาประมาณ 40 นาทีจาก Dubai City Centre กลับมาโรงแรมแล้ว แต่นี่...มันติดบรรลัยจักร...ล่อเข้าไปเกือบ 2 ชั่วโมง...เฉาตายกันไปข้าง...คนอื่นนะเฉา แต่...ลูกเรือไทย...ไม่หยุดพูดแม้แต่นาทีเดียว

 

ถึงโรงแรม...นัดกันไปชมทะเลแสนงามกัน...ร้อนชิบหาย...ขนาด 5 โมงเย็นกว่าๆแล้ว แต่แบบร้อนสุดพลังจริงๆ นั่งสักพัก เม้าท์เรื่องชาวบ้าน นินทาชาวบ้านจนไม่ไหวแล้ว เหงื่อโทรมกาย รุ้สึกเหมือนนั่งเม้าท์อยูในซาวน่า เห็นพ้องตรงกันว่าเราควรจะย้ายตูดไปนั่งเล่น และสั่งอาหารมากินกันใน Crew Lounge จะเวิร์คกว่า

...และแล้ว...

เทศกาลอาหารนานาชาติก็เกิดขึ้นใน Crew Lounge แล้วก็ยาวต่อไปจนวันใหม่

 

 

Service Brush up for CAY

 

เซ้งอย่างออกนอกหน้านอกตา ทำไมกูต้องมาเรียนด้วย ไม่เข้าใจ

เข้าไปเรียนเฮ้อ...ค่อยใจชื้นหน่อย มีคนรู้จักมากพอตัว

รุ่นเดียวกันก็จะมีแต่ สจ๊วต

ดุ๊ก, เล้ง, ไปบ์, ปิง แล้วก็กู

เอาวะ แค่นี้ก็ขำได้

เรียนไปเรียนมา อะไรมากมายไม่รู้ ยากเกินสมองจะรับได้ มีพี่แอร์ 2003 คนนึงพูดขึ้นมา

เรา (ลูกเรือ) ไม่ได้โง่คะ...แต่...เราเก่งในทางของเรา

แม่จ้า...ชอบประโยคนี้จริงๆ ให้ตายเหอะ

เรียน 2 วันรู้สึกมันดูดพลังเหลือเกิน...เช้าจรดเย็น เช้าจรดเย็น

สรุป...จริงๆแล้ว เรียนมาก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น เพราะมันไม่ได้จำเป็น และใช้ได้เท่าไหร่...เสียเวลา...เสียตั้งให้ครู...เท่านั้น...จบ

 

ช่วงนี้หัวใจอวบอิ่ม อิ่มเอิบ เบิกบาน (เหมือนพุงกู)

 

คิดถึง คิดถึง

 
Thank yo for flying with the wing of HANG~

August 29

Be SICK (B6)

หลังจากที่ไม่ได้บินเครื่อง Airbus 300-600 หรือ B6 / B7 มานาน
 
ด้วยเหตุที่ว่า...
 
1. หนี...พยายามแลกออก เพราะไม่อยากบินกับ 2007 ไม่ใช่เพราะรังเกียจ แต่ด้วยเพราะ เป็นคนปากร้าย พูดเลย ไม่ผ่านการกลั่นกรอง จากรอยหยักในสมอง (ที่มีอยุ่น้อยนิด) กลัวจะไปทำร้ายจิตใจ เทพ 2007 แล้วจะเป็นเรื่อง ก็เลยไม่เอาดีกว่า
2. ไม่ชอบบิน เพราะเป็นเครื่องที่เห็นก็เหนื่อย แล้ว ยังไม่ต้องทำงาน
3. ไม่ค่อยมี On Sched' เท่าไหร่ ด้วยเพราะเป็น Common Aircraft หรือ Aircraft School ของลูกเรือใหม่ๆ
 
คราวนี้โดนจังๆ ตอนแรกแอบดีใจเช็คมาก่อนหน้านั้นประมาณ อาทิตย์...ใช้เครื่อง Airbus 330-300  เฮ้อ..สวรรค์
แต่...ตกสวรรค์ในที่สุด
เปลี่ยนเป็น B6 ในที่สุด!!
 
เหนื่อย...ตั้งแต่เห็นว่าเปลี่ยนเครื่อง
เหนื่อย...ตั้งแต่ยังไม่ได้ทำงาน
 
เอาวะ...สู้
 
แม่ง...งานนะไม่เหนื่อยเท่าไหร่ ช่วยๆกันไป ทำไปด่าไป ทำไปบ่นไป วั๊บๆก็เสร็จ
 
แต่...องค์ประกอบอื่นๆนี่ดิ...เหนื่อยเป็ด
 
Flight time ไป 3 ชั่วโมงกว่า กลับ อีก 3 ชั่วโมงกว่า...แม่ง..ล่อสั่นซะตลอดทาง
 
เน้น...ตลอดทางจริงๆ
 
ปวดกบาล
 
กลับมาถึงบ้าน...นอนหมดสภาพ มันไม่ได้เหนื่อยนะ แต่มันล้าๆยังไงไม่รุ้ดิ
 
ไม่รุ้ทำไมเหมือนกัน
 
ไม่ได้จบแค่นั้นนะ...ยังมีต่อ รุ่งขึ้นบินเช้าอีก
 
เฮ้อออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
 
-----------------------------------------------------------------------
 
ก็สดเองอีกแล้วแหละ...ที่จริงบินตอนกลางคืน 644/645 (BKK - NGO - BKK) ไปนาโงย่า สบายๆ ชิลๆ
 
ดันไม่ชอบ แลกเข้า 628/657 (BKK - HKG - ICN - BKK) ซะหนิ
 
ไปหาเพื่อน ไปเจอที่ๆเลิฟ ก็โออยุ่นะ
 
อย่างว่า
 
เซ็คเตอร์แรก...เต็ม...
 
เซ็คเตอร์สอง...หลวม...
 
โชคดีอย่างล้นหลาม...เจ๊เพอร์ตัดเซอร์วิส ในเซ็คเตอร์แรก จาก Drink 1 round เป็น Drink with me (meal) ค่อยยังชั่ว
 
ฮ่องกงนี่ถ้าผู้โดยฯเต็ม แล้ว Full Service นี่...ลากไส้ทีเดียว เก็บถาดเสร็จ เคลีบร์ครัวเสร็จ ลงพอดี ไม่ไหว
 
แต่นี่ด้วยฟ้าประทาน...เคีลยร์ครัวเสร็จยังมีเวลาแด๋วข้าวอีกพักใหญ่ๆ กว่าจะลง
 
 
ส่วนเซ็คเตอร์เข้า โซล นั้นไม่เท่าไหร่ เพราะผู้โดยสารนิดเดียว (แต่ก็เล่นเอาเกือบเต็มเหมือนกัน) Full service ก็ยังได้อยุ่
 
จากที่ดีเลย์ออกมาชั่วโมงกว่าๆ จาก กทม มาถึงโซลดีเลย์ไปแค่นิดเดียวเท่านั้น ฟ้าประทาน ถ้าดึกกว่านั้นคงแย่
 
--------------------------------------------------------------------
 
 
August 25

หัวข้อการพูดคุย ได้พัก...ซะที

 

ข้อความ

ได้พัก...ซะที
ได้พักแล้วครับ
 
ได้พักซะที
 
หลังจากที่บินมหาโหดมาตั้งแต่ต้นเดือน
 
ล่าสุด...ไปโอซาก้ามา
 
ไฟล์ทนี้ เป็นไฟล์ทเลิฟของหลายๆคน แต่ไม่ใช่ผม
 
ด้วยเหตุที่รุๆกันครับคือ
 
ไฟล์ทไทม์ ที่ค่อนข้างยาว (5-6 ชั่วโมง)
 
ไม่อย่างนั้นก็จะเป็นไฟล์ทที่แวะ มะนิลา แทน (อันนี้หลายคนไม่ชอบ แต่ผมชอบมากกว่าบินตรง)
 
ถ้าถามเรื่อง ญี่ปุ่น ผมคงจะชอบ นาโกย่า มากที่สุดครับ
 
ด้วยเหตุที่...
 
นาโกย่า โรงแรมที่พัก (Mariotte Associa Hotel) ซึ่งอยู่ได้อย่างใจกลางเมือง นาโกย่า เลยทีเดียว
 
ไม่ต้องขัยบเขยี้ยนพุงกลมๆของผมไปไกล เพื่อจับจ่าย หรือท่องเที่ยวเลย แม่แต่นิดเดียว
 
ลงมาที่ข้างล่างของโล่งแรม ก็จะเป็นห้าวไฮโซ ใหญ่ยักษ์ และนั่งรถไฟไปอีกแค่ 2 Station ก็จะพบย่านวัยรุ่น
 
และจากย่านวัยรุ่นนั้น ก็จะพบคล้ายๆ Walking Street ของนาโกย่าด้วยครับ
 
--เอาเป็นว่า...เรื่องนาโกย่านี่นั้น...เราจะกล่าวถึงในบทต่อไปนะครับ--
 
ก่อนบินไปโอซาก้า ผมก็รู้สึกไม่ค่อยสบายอยุ่นิดๆ นั้นคือมีน้ำมูก และเจ็บคอหน่อยๆ กล่าวคืนเป็นอาการปกติของผมนั้นเอง
 
เลยไม่ได้ใส่ใจอะไรมากมาย ก็ไปบินด้วยชีวิตปกติ
 
พยายามนอนก่อนจะไปบินเยอะๆ เพราะรู้มาก่อนแล้วว่าในไฟล์ทนั้น ผู้โดยฯ เต็ม จนเกือบล้น
 
นั้นหมายความว่าจะไม่มีที่ให้ลูกเรือตัวน้อยๆ อย่างผมซุกหัวนอนเป็นแน่แท้
 
แต่แล้วชะตาฟ้าก็ไม่ลิขิตให้ผมได้นอน
 
กำลังเคลิ้มๆอยุ่นั้น ฝนก็ตกลงมาห่าใหญ่เบิ้ม ทำให้ผมต้องตื่นด้วยเสียงของทัน
 
เฮ้อ...กู
 
เอาวะ ไม่นอนก็ไม่นอน
 
นั่งทำนุ้นทำนี่ไปเรื่อย จนได้เวลาไปบิน
 
ผู้คนมากมายใน OPC เวลานี้ ด้วยความที่ว่า ไฟล์ท ญี่ปุ่น และเกาหลีส่วนใหญ่ จะออกเวลาไล่ๆกัน และยังมีไฟล์ทยุโรป ประปราย
 
พบปะสังสรรค์เพื่อนไปตามเรื่องครับ
 
เม้าท์ไปเรื่อย จนเข้าห้องบริฟเกือบสาย
 
เข้ามาบริฟ...เฮ้อ...อุ่นใจ เฮียเพอร์ เคยบินด้วยแล้ว ใจดีเป็น ไอเอ็ม ก็หน้าขรึม แต่ดูไม่ดุ...เอาวะ
 
สู้ๆ
 
อย่างคาดครับ...ผู้โดยฯเต็มสนิททั้งข้างหน้า และข้างหลัง
 
ไม่ต้องสงสัยครับ ตำแหน่ง 4R Boeing 777-200 ได้มาครองอย่างไม่ยาก และไม่จำเป็นต้องช่วงชิง
 
เซ็งเป็ด..นิดหน่อยครับ มี Issue กับป้าแอร์อี ย่างไม่บังเอิญ ชีมาวีนผม บังคับให้ขอโทษทั้งๆที่ผมไม่ผิด ผมก็ถามกลับ ทำไมต้องขอโทษ (ที่ไม่ขอโทษ นี่ไม่ใช่ขอโทษไม่ได้ แต่เป็นเพราะ กำลังงงว่า กูต้องขอโทษเรื่องอะไร) แต่เอาน่า สาระไม่เท่าไหร่
 
ผู้โดยฯมาแล้ววววววววว
 
ตามระเบียบครับ
 
ผู้โดยฐี่ปุ่น ขึ้นมาก็นอน
 
ไม่ยุ่งยาก
 
แต่ที่ยุ่งนี่ก็คือ...พวกผมครับ
 
ไม่มีที่นอน
 
ง่วงจนน้ำตาไหล น้ำลายหยดไปตามๆกัน
 
จะนั่งก็ไม่มีที่นั่ง ป้าแอร์ทั้งหลาย ครองที่นั่งไปเป็นที่หลับนกกันซะงั้น
 
เดินไป เดินมา ทำนุนทำนี่ จนชาวบ้านแซวครับ ว่า...ไม่เหนื่อยเหรอ
 
โธ่...พี่...เหนื่อยนะไม่เหนื่อย แต่อย๋เฉยๆ เบื่อไม่พอ ที่นอนก็ไม่มี ทำนทำนี่ดีกว่า
 
เอาครับ ถึงเวลาออกรบ
 
สบายๆครับ เหมือนออกรบในยุคสมัยที่มีวิวัฒนาการแล้ว เสิร์ฟ สบายๆ เรื่อยๆ ซิลๆ ครับ
 
เสิร์ฟเสร็จ มีเวลาลัลล้า ก่อนลงพักนึง
 
กินข้าวจนอิ่มหมีพีหมัน จะว่าลงไปนอนเลย ไม่ต้องห่วงหิว
 
ยัดไปเบาะๆ 3 Cocotte of Salmon Teriyaki Sauce
 
มีคนชมด้วยว่าอุ่นอาหารเยี่ยมโคตรๆ ปลาไม่แข็ง ข้าวนิ่ม
 
แน่นอนครับ ไม่ได้ใช่สูตรสาดน้ำนะครับ
 
แต่ใช้สูตร Low 30 - 35 minutes ครับ
 
อาหารจะออกมาสวยงามทีเดียวเชียว ไม่ว่าจะเป็นเนื้อ ไข่ หรืออื่นๆก็ตาม
 
แต่ต้องอาศัย จังหวะด้วยครับ เพราะ เตาบางเครื่องนั้น ก็ร้อนไม่มาก อาจจะต้องอุ่นเพิ่ม หรือบางเตาก็ร้อนเกินไป ต้องอาศํยจิตใจ เปิดดูอาหารให้บ่อย (ถ้าทำได้) แต่อย่านั้นนั้น อย่างนี้เลยพี่ ขอแอบกัด...ตอนแรกเสือกบอกกูอุ่นานไป...30 นาที...ทีนี่ละจะมาชมว่ากูอุ่นอาหารดี ตบกบาลแล้วลูบตีน นี่หว่า
 
 
ก่อนมาบิน ตั้งใจไว้ว่าจะมาโอซาก้า แล้วจะไป อแควเรี่ยม แล้วก็ไปช้อปปิ้ง Lush ซะหน่อย...แต่...ทริปนี้ต้องของดครับ เนื่องด้วย ปัจจัยทางกายภาพ ที่ไม่เอื้ออำนวย นั้นเอง คือ
1. ไม่ค่อยสบาย
2. ไม่ได้ rest เลย (อันที่จริง ข้อนี้ไม่ได้ยิ่งใหญ่ เพราะปกติ Rest ผมก็ไม่หลับอยู่แล้ว)
 
แต่...ที่แน่ๆ พลาดไม่ได้คือ ซื้อครีมบำรุงหนังหน้า จากร้านป้า ชิฯ ให้หม่อมครับ
 
จะว่าไปถึงโรงแรมจะนอนสักแค่เที่ยง หรือบ่ายโมงพอ
 
ปรากฎ นาฬิกาปลุก รอบแรก ก็แล้ว รอบ 2 ก็แล้ว ไม่ไหวครับ
 
มารุสึกตัวอีกที เกือบๆ สี่โมงเย็น บ้านญี่ปุ่นซะแล้ว
 
รีบงัวเงียมาโทรฯหาเพื่อนร่วมทีมครับ
 
พี่ทอมมี่ สจ๊วต 2003 ครับ
 
ปรากฎว่า...เฮียเองก็เพิ่งตื่น
 
นัดกัน เจอกัน ไปหาอะไรแด๋วที่ จัสโก้ หลังโรงแรมกันก่อนครับ
 
แล้วบอกควาในใจ...ผมรักพี่...ไม่ใช่...
 
ผมจะไป ร้อยเยนใหญ่ตรงนู้นนนนนนนน...บอกไม่ถูก ตรงนู้นตรงไหน...
 
พ่จะไปไหม...พี่บอก ไปดิ เพราะพี่จะไปอยุ่แล้ว...อ้าว แล้วไม่บอก ให้กรูคิดอยุ๋ตั้งนานว่า กรูต้องไปตัวเดียว
 
พี่เขาจะไปซื้อ อาหารปลา ที่ร้าน D2 ซึ่งเป็นร้านขาย Hardware แล้วก็มีอาหารสัตว์ขายด้วยครับ
 
ผมถามพี่ทอมมี่ "ทำไมพี่ อาหารปลาญี่ปุ่นนี่มันมันอร่อยเหรอ? มันใส่สาหร่ายไปใช่มะ"
พี่ทอมมี่ตอบกลับ ชนิดแมวยังไม่ได้หายใจ "อร่อยมั้ง กินกับนมเหมือนซีเรียล น่าจะอร่อยกว่าเนอะ"
 
เอาวะกู มาถูกทาง
 
เฮ้อ...ญี่ปุ่นหน้าร้อนนี่ ทรมานจริงๆ
 
เดิมมาได้ นิดเดียว ก็เหงื่อโทรมกายแล้ว...แย่ๆ...เหนียวๆ
 
ทะลึ่งใส่เสื้อสีดำด้วย เด๋วเกิดเป็น แผนที่ขึ้นกลางหลังละก็ อัปรีย์ตาม
 
เดินจนได้เหงื่อ 3 ปี๊บเศษครับ แยกย้ายตามทางใครทางมัน
 
เดินไปหาของเล่น ไม่มอะไรน่าสนใจเลยให้ตายซิ
 
กลับกันเถอะ ร้อน และเหนื่อย
 
มาญี่ปุ่นรอบนี้ไม่ค่อยได้อะไรมากมาย
 
มีภาระผูกพันธ์ ที่ซุปเปอร์ฯ ของจัสโก้ครับ
 
ซื้อขนมให้น้องสุดประเสริฐ...เลือกซะ แม่เจ้า...กรูจะยัดลงไม๊นั้น...
 
กลับถึงห้อง ใช้เวลาแพ็คของนานทีเดียวครับ...ย้ายนั้นมานี่ ย้ายนี่ไปนั้น เอากล่องนั้นจุกตรงโน้น เอากล่องนี้จุกตรงนั้น
 
เฮ้อ...ได้ซะที...กระเป๋าบวมอย่างกับเป็นโรคไต
 
ทำไฟล์ทกลับ
 
เต็มสนิทศิษย์ส่ายหน้า ตั้งแต่หัวจรด ตูดเครื่อง
 
ไม่มีที่พักอีกแล้ว
 
ไม่มีอะไรเลยในไฟล์ท เป้นไฟล์ทที่สมูท แอส ซิลค์มากๆ
 
ที่จะไม่สมูทก็ที่ผมนี่แหละ
 
ลืมบอก...เมื่อวานที่โอซากา ตื่นมา เจ็บคอมาก แต่น้ำมูกไม่มีเท่าไหร่ แล้ว เลยไม่ใส่ใจกับอาการเท่าไหร่
 
แต่ตื่นมาวันนี้ซอ ครั่นเนื้อ ครั่นตัว เจ็บคอมาก เสลดเต็มคอ ไม่พอน้ำมูกหลากไหลอีก
 
ตื่นมาซัดเลย นิวโรเฟน 2 เม็ด...เขาให้แด๋วเม็ดเดียว อีนี่เสือก
 
ทำงานไป ซับน้ำมูกไป ยิ่งกว่าซับน้ำตาชาวใต้เสียอีก
 
ถึง กทม. ไม่ไหวแล้ว ต้องพัก ไปพัก ซะที
 
กลับถึงหอ...จริงๆอยากกลับบ้านเลย แต่ไม่ไหว ลงมาเวลานั้น (สามโมงเย็นกว่าๆ เกือบๆ ส่โมง) ขับรถกลับบ้านอาจตายคาทางด่วนได้
 
กลับหอ...รื้อของ...ชิบหายทำไมเยอะอย่างนี้วะ
 
กินข้าว อาบน้ำ นอนไปเลย
 
นอนไปตั้งแต่ ทุ่มครึ่งมั้ง
 
-----------------------------------------------------------------------
 
 ตื่นมาอีกทีโน้น...บ่ายกว่าของอีกวัน
 
ยังงัวเงียอยุ๋เลย
 
กลับบ้านดีกว่า...แวะไปตัดผมที่ เซ็นทรัล เวิล์ด กับเจ๊เบียร์ ก่อน วันนี้ตัดได้โดนใจอีกแล้ว ชอบๆ เปรี้ยวดี แต่เยี่ยวยังไม่ราด
 
กลับมาเป็น Family Boy อีกแล้ว ฮะ...หม่อนทราฮะ หม่อมเป็นนกรุ้ หม่อนพักร้อน มาปะกับผมช่วงหยุดยาวครับ
 
เจอหน้ากัน ก็ไม่ทักทายกันเลย หม่อมสารธยายความอยากของหล่อนมาสารพัด
 
ทำนั้นทำนี่ ทำนุ้น
 
เอาครับตามสบายหม่อม
 
แต่วันนี้หนูขอพักก่อนนะ ไม่ได้ เด๋วแย่
 
รุ่งขึ้นฮะ เราไปเรื่องที่ดินกันที่ บางบัวทองครับ
 
โอ๊...แม่เจ้า สนง. ที่ดิน บางบัวทอง ทำไมมันเข้ามาลึกลับ และลึกขนาดนี้ not only kub...but also แม่เจ้า...ทำไมคนเยอะขนาดนี้
 
รอคิวนานมากกก...แต่ช่วง process ของการทำงานงานเอกสารนั้น สั้นเหลือคณา...วั๊บเดียวทันใจ one stop service มากๆ
 
เอาเป็นว่า ประทับใจ ครึ่งเดียวละกัน
 
จากนั้น ก็เข้าไปดูที่ที่เพิ่งจัดการมาครับ
 
กูละหน้ายหม่อมกู ซื้อที่มาได้ ไม่รุ้ทาง
 
แม่เจ้าขับเข้าไปดูทาง อย่างกับจะขับรถไป สุพรรณฯ แล้วทะลุไปถึงเมืองกาญจน์...ลึกมากกกก
 
 
ไม่สงสัย ทำไมราคาประเมินถึงแค่ ตรว. ละ 4000
 
จากนั้นก็ลากแม่ไปดู อสังหาแถวๆสุวรรณภูมิครับ
 
หม่อมได้ลิสต์จากที่ทำงานมาว่า มีตึกหลุดจำนองอยู่ 2 อันด้วยกัน ก็เลยไปดูกันครับ
 
หม่อมพุดซะดูดี แต่ผมก็ไม่ได้วาดภาพดูดีตามหม่อมหรอก...
 
ที่แรก...ทาว์นเฮ้าส์ สามชั้นเก่ามากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ร้าง ผีหลอก แต่ทำเลดี
ที่ 2...อาคารพาณิชย์ สีชมพูแปร๋นนนนนนนนนน สภาพทรุดโทรม ไม่พอ อยุ๋ในทำเลสมลัม
 
เฮ้อ..หม่อมกรูละเหนื่อย
 
เลยพาไปต่อครับ...ดู Condo ของ Four Wings Resident หม่อมไม่หนับหนุนฮะ หล่อนไปค่อยซักค่อยถาม...เอาครับ ตามไสตล์อายุประมาณหม่อม จะไปค่อยเห็นด้วยเรื่อง คอนโด...ซื้อที่ไม่ได้โฉนด...ประมาณนั้น
 
หม่อมจะเชียร์บ้านเดี่ยว ไม่ก็ทาว์นเฮ้าส์ครับ
 
ก็เลยพาไปดู Town Plus ครับ
 
อันนี้ด้วยความชอบส่วนตัวของผม
 
แต่พอไปดูแล้ว ไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่นัก
 
ด้วยการที่ Plus ไปใจสวนหลังบ้านที่มีน้อยนิด ทำให้พื้นที่ใช้สอยในตัวบ้านค่อนข้างน้อยไป เมื่อเทียบกับสวนหลังบ้านที่ค่อนข้าง useless สำหรับชีวิตปัจจุบัน
 
 
ไปที่ที่ 2 บ้านกลางกรุง The Paris...โครงการก็ติดกันกับ Plus  แหละครับ
หม่อมสนใจอันนี้มาก ผมก็ด้วย ด้วยบ้านที่ดูดีกว่า แม้ว่า Material ที่ใช้ทำบ้านนั้นอาจจะไม่ดนัก แต่รวมๆแล้วออกมาดีครับ
เล่น Step อย่างที่ต้องการ
พื้นที่ใช้สอยคุ้มค่า
ราคาก็...ไม่เกินงบเท่าไหร่
 
ก็นะฮะ 2 แม่ลูกนั่งคุยกันเรื่องบ้านจนถึงสยาม...
เดินช็อปปิ้งกันเรื่องเปื่อยครับ ได้ถุงมาบ้างนิดหน่อย
 
แอบทิ้งแม่ไปสูบบุหรี่วั๊บเดียวเท่านั้น ถุงแม่ผมออกลูก อย่างกับแบคทีเรีย สองเป็น สี่ สี่ เป็น ปแด ไปเรื่อย
 
ไม่พอ โดนผีเครื่องสำอางค์เข้าครอบงำครับ โดนดูดอยุ๋ครับ ดูดแรงด้วย ไม่ไปซะที สุดท้าย...โดนดูดเงินด้วย
 
เฮ้อ...พี่ห้างสรรสินค้า กับหม่อมผม ไม่ถูกกันจริงๆ น่ากลัว น่ากลัว
 
ขึ้นมาหาหนังสืออ่านที่ Kino ฮะ...ผมก็พยายามหาหนังสือ Never Ending Story มานานแล้ว ยังไม่ได้ซะที กูละเบื่อ...ส่วนแม่ผม ไปอยุ๋มุมนิยายประโลมโลกครับ...อ่านเข้าไป สักวันจะเขียนหนังสือเอง...จินตนาการเหลือล้น
 
ไม่แค่นั้น ครับ...ไปมีปัญหากับ พนง. เขาอีก ก็แค่เขาถามว่า..."ใส่ปกไม๊ค่ะ" แค่นั้นแหละ เป็นยายแก่จัมไมทันที
 
ทำไมคะ...ห่อแล้วเสียตังค์เพิ่มรึป่าว
ทำไมคะ...ทำไมต้องถาม
มาถามอีกด้วยว่า...แล้วทำไม เขาต้องถามด้วย
พร่ำมอยู่นั้น
ถามทั้งผม และน้องสาว
 
จนผมต้องบอก...ฌอาน่าแม่ แม่ก็แค่ตอบเขาไปว่า ห่อ หรือ ไม่ห่อก็เท่านั้น
(เออ...บทสนทนารอบหลังนี่เกิดขึ้น หลังจาหซื้อหนังสือเสร็จ แล้วมานั่งแด๋วกันแล้วนะฮะ...เฮ้อ...ไม่เลิก)
 
----------------------------------------------------------------
 
พรุ่งนี้ไปเที่ยวกับแม่อีก
 
 
Thank you for flying with the Wing of Hang
 
+ ใครจะเปิด บริษัท Logistic หรือ Packing ให้มาหาลูกเรือเป็นที่ปรึกษา เพราะลูกเรือทุกคนจะเก่งมากเรื่อง Packing ไม่ว่าซื้อมามากมายแค่ไหน ดูว่ายัดลงไปในกระเป๋าได้ไม่หมด...แต่...พวกเขาทำได้
+ ทำไม Kino กับ Se - ed ถึงต้องถามว่าห่อปกมั้ย...มีคนที่ไม่ชอบ ไม่ห่อด้วยหรอ...แสดงว่าเขาชอบ BareBack มากกว่าไม๊นะ
+ ญี่ปุ่นชอบคิดน้ำแปลกๆ ครั้งที่แล้วเจอ Pepsi Cucumber น้ำเขียวใสเป็นมรกตสวยเชียว คราวนี้เจอ Fanta Mango น้ำใสเป็นโซดาเลย แต่ท่าทาง Pepsi Cucumber จะไม่ประสบความสำเร็จ ไปคราวนี้ หาตั้ง 2 เซเว่น...ไม่มี
August 19

in the war, on the way to Mumbai

ครับ
 
ครับ
 
ครับ
 
ไปบอมเบย์ หรือ มุมไบ (Mumbai) มาครับ
 
หลักจาก TG409/410 BKK - SIN - BKK ก็จะเป็น TG317/318 BKK - BOM - BKK ครับ มันเป็น Pack Pairing กันอยู่ กล่าวคือ ถ้าไม่ไปบิน 409 ก็อดบิน 317ครับ
 
ผมว่า...ผีเน่ากับโลงศพอะครับ Pack นี้ (แค่โลงศพ ยังไม่ถึงกับโลงผุ) เพราะอะไรหรอครับ
 
ก็อย่างที่รุ้กัน สิงคโปร์ Quick Turn ก็เหนื่อยจิตหลุดโดยตัวของมันเองอยู่แล้ว ยังจะมาพวง พ่วงกับอีมุมไบนี่อีก...แต่...สำหรับผม...ไฟล์ทแขก ผมเลิฟกว่าไฟล์ทจีนเยอะครับ even เซี่ยงไฮ้ Quick turn ที่แสนจะสบายนั้นก็ตาม
 
ไปบินกับลูกเรือชุดเดิม จาก 409 ครับ รับรองได้ถึงคุณภาพ ที่ไม่ต้องเสียเวลาทำความรู้จักกันใหม่ และความร่วมมือครับ
 
ขาไป 3L อย่างไม่ต้องคิด ดังหวังครับ เหนื่อยแท้...อาหาร 136 ที่ พร้อมด้วย Drink Cart คันใหญ่
 
ถึงตรงนี้...ไม่เข้าใจว่าทำไม ไม่ assign steward ลงครัวหน้า 2 คนก็ไม่รู้ เอาไปกองไว้ครวหลังทั้งหมด ทั้งๆที่ครัวหลังนะงานเบากว่า จะดูแย่ตรงที่มีอาหารพิเศษ ก็เท่านั้น แต่...ทำอารพิเศษ ทำคนเดียวดีกว่า ทำ 2 คน...งงตายห่า
 
ไฟล์ทนี้ แขกไม่ค่อยร้ายครับ ไม่ค่อยร้ายจริงๆ เรียบๆ ลื่นๆ ไม่มีปัญหาอะไรมาก
 
จะมีก็แต่คนไทยนี่แหละ เฮ้อ...ไม่รู้จักสั่งสอนลูก มากันทั้งครอบครัว พ่อ. แม่ และลูกอีก 2 ตัว ฮะ
 
เด็กเปรต ซนบรรลัยจักรนครา เข้าใจครับว่าเด็กซนนะ เป็นเด็กฉลาด...แต่...นี่มันเกินไปครับ อีพ่อ อีแม่ก็ไม่ห้าม สร้างความวุ่นวายในสังคมมาก...เดินเสิร์ฟอยู่ ก็มาวิ่งเล่นอยุ่นั้น นี่กะว่าถ้ายังไม่เลิก จะเข็นคาร์ทชนซะเลย
 
ไม่แค่นั้นครับ อีพ่อ อีแม่ก็ใส่หูฟังดุลูกครับ เสียงดังลั่นเครื่อง จนผู้โดยสารญี่ปุ่นออกปากว่า ช่วยบอกให้หน่อยได้ไม๊ว่า ช่วยเงียบหน่อย หนวกหูมาก ผมก็คิดอยุ่นาน จะให้ประโยคยังไงที่จะกระทบกระเทือนจิตใจอันบอบบางของผู้โดยสารชาวไทย ให้น้อยที่สุด...สุดท้ายเอยปากไปครับ...
 
ขอโทษนะครับ...ผู้โดยสารท่านอื่นฝากมาบอกว่า รบกวนลดการใช้เสียงนิดนึง เพราะดูหนังไม่รู้เรื่อง และต้องการพักผ่อนครับ
 
หลังจากที่ผมพูดไป ก็ตั้งรับกับปฏิกริยาทันที ด้วยความโชคดี ชีคงเข้าใจว่าดังจริงๆ ชีก็เลยหันไปบอกลูกทั้ง 2 ตัวด้วยเสียงอันดังว่า...เบาๆหน่อย คนอื่นเขารำคาญรู้ไม...เฮ้อ...กู...คุณนายครับ เขารำคาญเสียงคุณนาย ไม่ใช่ลูก...กูจะบ้า
 
ไม่หยุดแค่นั้นครับ เงียบได้สักพัก พี่แอร์ก็โดนผู้โดยสารคนอื่น ไล่ให้ไปบอกอีก...เฮ้อ...เหนื่อยใจ
 
เข้าใจธรรมชาติเด็กครับ...ว่าต้องซนเป็นธรรมดา...แต่...อยากให้คุณพ่อ คุณแม่ เข้าใจธรรมชาติ ผู้โดยสารด้วยว่า..."เขาไม่ใช่นางงาม...เขาไม่ได้รักเด็กหมดทุกคนครับ"...เหนื่อยจิต
 
ถึงซะที...ตามสไตล์แขกครับ Cockpit order "Cabin Crew at your station" นั้นหมายความว่า ลุกได้แล้วสำหรับชาวแขกครับ ลุกกันให้พรึบ...พรับ...นั่งเถอะนั่ง เครื่องเทียบเสร็จ กว่าจะเปิดประตู กว่าจะเดินลงจนถึง กลางเครื่อง กินเวลากว่า 5 นาทีครับ ไม่พอ...ยังไงคุณๆ ก็ต้องไปรอกระเป๋าด้วยกันอีก...เซ็ง
 
ออ...มีผู้โดยสารลืมของ Duty Free ไว้บนเครื่องครับ คาดการ์ณว่าน่าจะอยากกลับบ้านจนตัวสั่น เลยลืมซะงั้น เอาไปให้เจ๊เพอร์ (เจ๊เพอร์ คนเดิมกับที่ assign ผมให้เป็น สจ๊วต BC ในไฟล์ท 409 ครับ) เจ๊ก็ผ่องต่อไปให้ Ground Staff ครับ ขอเรียกเขาว่า "ศรราม" ครับ พี่แกหล่อกว่าซะอีก
ผมงี้เนี๊ยบกริบ เสื้อสีครีมสวยสด พร้อมรอยยับ เหมือนว่า เสื้อตัวนึงนี่ใส่ทั้งอาทิตย์ ยังไงไม่รู้
 
พี่ศรรามของเราก็ นำพาไปครับ พี่มุมไบนี่ เราต้องรอ Ground Staff เอาฟอร์มเข้าเมืองของลูกเรือไปวางไว้เป็นจุดๆครับ
 
ตรวจคนเข้าเมืองทีนึง
 
ศุลกากทีนึง
 
เรื่องมันเกิดขึ้นตอนผ่านศุลกากรนี่ซิครับ
 
ไอ้เราก็รออยุ่นานแสนนาน นานจน...เอ๊ พี่ศรรามไปไหน ก็เม้าท์กันต่างๆนานาน...สงสัยพี่ศรราม มั่วแต่จะเอาของไปคืนผู้โดยสารจนลืมเรา
 
และแล้ว เวลาผ่านไปสัก 10 นาทีเห็นจะได้ พี่ศรรามก็เดินมาครับ พร้อมขอโทษขอโพย เพราะพี่ไปตามหาผู้โดยฯที่ลืมของไว้ และจัดการเรื่อง Deportee แล้วก็เลยลืมว่าต้องเอาฟอร์มมาปะไว้ที่ศุลกากรครับ ด้วยความที่ว่า คิดว่า พี่หนุ่ม กรรชัย (Ground Staff อีกคน) จะเอามาวาง...เฮ้อ...พี่ครับ คราวหลังอย่าลืมนะครับ ผมเหนื่อย สู้รบกับเพื่อนพี่มาแล้ว อย่าให้ผมรอต่อไปเลยครับ
 
ขึ้นรถไปโรงแรม
 
ปกติ ราชรถจะมาเกยครับ แต่วันนี้ ตอนนี้ต้องเดินฝ่าฝูงชนอินเดียไปขึ้นรถครับ ร้อนตับแลบ เหม็นใจขาด ทางที่เดินก็ไม่เหมือนถนนครับ ขรุขระ ไม่พอน้ำขังเจิงนอง น้ำหรือ "เยี่ยว" ก็ไม่รู้
 
ถึงโรงแรมซะกะที ได้ห้องเสร็จ แยกย้ายครับ นัดกันพรุ่งนี้ 0900 Breakfast ครับ
 
เข้าห้องแทนที่จะนอน...ไม่ครับ ผมนั่งเล่นเกมส์อยู่นานทีเดียว กว่าจะได้ฤกษ์อาบน้ำ...นอน
 
 
ลงมาพร้อมหน้าพร้อมตากันที่ Breakfast ครับ
 
อาหารเดิมๆ พนักงานเดิมๆ
 
มาดามขายครัวซอง ก็ยังทำหน้าที่เดิม ขายมันแต่ครัวซอง
 
ครัวซองที่นี่เลิศครับ เลิศมาก ตัวใหญ่โต ชุ่มเนย กรอบนอก นุ่มใน
 
นั่งกินกันไปเรื่อยครับ คุยเรื่องสัพเพเหระไปเรื่อย
 
นั่งจน Line Buffet เขาปิดนะแหละครับ
 
นัดกันจะไป Outlet ครับ แต่ด้วยความรู้แต่ว่าอยู๋ไหน ไม่รุ้ทาง
 
ตรงดิ่งไปถามด้วยความมั่นใจ ได้ชื่อร้านและที่ตั้งมาครับ
 
ก่อนไป พวกๆในไฟล์ท ทั้งพี่ข้างหน้า ข้างหลัง อยากเดินเที่ยวรอบโรงแรมครับ...เอ้า ไปก็ไป...เดินไปเดินมาไม่เจออะไรเลยครับ นอกจาก สลัม...สลัมบอมเบย์จริงๆ เหม็นมาก เหม็นจนจะอ้วก...แหวะ
 
กลับโรงแรม ให้พนักงานเรียกรถแท๊กซี่ให้ครับ
 
600 RPS ขายตัว ไม่มี Waiting Charge ได้ครับ ลุย
 
หน้าตาคนขับเหมือนไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร
 
อย่างที่คาดการ์ณไว้ครับ (ขอเรียกคนขับว่า...พี่วิลลี่ ละกัน) พี่วิลลี่คงขับรถมาได้ไม่เกิน อาทิตย์ ดูแค่ท่านั่งขับก็น่าจะพอ พี่แกเล่นนั่งซะชิดพวงมาลัย หัวนมแทบจะสีกับพวงมาลัยอยุ่แล้ว...สงสัยอยากขับไป เสียวไป
 
จากทางไป Outlet ชื่อ Fascination ที่ Mandra Hill Road. พี่แกล่อจอดถามประมาณ 5 หนเห็นจะได้
 
เออ...พี่ครับ อย่านะครับ อย่าละความพยายาม ที่จะไปนะครับ ถ้าพี่ละความพยาม ก็ขอให้พี่ พาผมมาส่งที่โรงแรมนะครับ ทิ้งลงกลางทาง แล้วให้ผมหารถคันใหม่ ไม่ได้นะครับ...ผม ขี้เกียจออกรบครับ...รบบนไฟล์ทพอแล้วครับ...
 
พี่วิลลี่พาพวกผม ผ่านร้อน ผ่านหาว นับร้อยพันครับ ไหนจะ มัสยิด กลางเมืองมุมไบ, ทะเลดำปี๋ ชายหาดที่น่าดู๊ น่าดูของมุมไบ, โรงเรียน, ตลาด และ กองขยะ สุดท้าย เฮียพามาถึงครับ ผมก็คุ้นๆอยุ่ พี่แกทำท่าจะจอดถามทางอีกครับ ด้วยความโชคดีครับ ผมเหลือบไปเห็นป้ายร้านพอ...บอกเลย นู้น...พี่ไม่ต้องถามแล้ว ร้านอยุ่โน้น พี่วิลลี่ทำน่าดีใจมากครับ...แต่ผมอยากจะบอก...ผมดีใจกว่าครับ
 
เข้าไปในร้าน ว่าจะไม่ซื้ออะไร เพราะที่มาเนี้ยะ ตั้งใจจะพา ต้น (เพื่อนสจ๊วตรุ่นเดียวกัน) แล้วก็ พี่อ้า (สจ๊วต 2007 ที่อายุแก่กว่าผม 4 ปี) มาครับ
 
แต่สุดท้าย...จ่ายไป 70 USD ฮะ...ไม่น่าเลยกรู
 
---------------------------------------------------
 
ขากลับ ไม่มีอะไรประทับใจฮะ เรื่อยๆ ไปตามเรื่อง
 
แขกขึ้นมาก็หลับฮะ...โชคดีของผม
 
แขกหลับนี่...มัน...น่ากจริงๆ
(กลายคือ...มันไม่ยุ่ง)
 
----------------------------------------------------
 
คืนนี้ไป โอซาก้าครับ ไม่รู้ว่า โอซาก้า กับ ฮานาก้า เป็นญาติกันรึเปล่า
 
 
 
 
 
Thank you for flying with the wing of Hang
 
> ไอ้รูปรถสีขาวที่ถ่ายมา นะ...ทึ่งในความสามารถของมัน รถซะดี นอนเฉือกเอา Teen พาดมาทางหน้าต่างรถ...เฮ้อ...นะ
> เพื่อนร่วมทีมครับ...เสื้อแดง ต้น แล้วก็อีกคน...พี่อ้าครับ
> Bell Boy กำลังตกลงกันเรื่อง comission จากคนขับ แท็กซี่ฮะ